วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

บทที่ 1 การแข่งขันสุดแปลก! ตอนที่ 2 (เนื้อเรื่อง)

 

เนื้อเรื่อง

Dragon Ball Multiverse : The Novelization

บทที่ 1 การแข่งขันสุดแปลก!

ตอนที่ 2

แต่งโดย Loïc Solaris
English Translated by MikeysBoner(certified god)
and Kakarotto Ka Power Level Kya Hai? and npberryhill
แปลไทยโดย Sub_MaRk

ตอนที่ 2
          
Chibi Vegeta by Stef84
          มันสำคัญสำหรับเบจิต้าที่จะต้องตื่นขึ้นมาฝึกตั้งแต่เช้ามืดทุกๆ วัน แม้ว่าบ้านที่ย่อส่วนจะสามารถรองรับเขา แต่เขาก็ปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เป็นระยะเวลานานกว่าสิบปี หลังจากที่เขามาถึงโลกเป็นครั้งแรก เขาได้ทำการฝึกฝนอยู่ในยานที่พ่อตาของเขาสร้างขึ้นเพื่อจำลองแรงโน้มถ่วงเทียมให้มีขนาดมากกว่าปกติ หลังจากการต่อสู้จำนวนมากของเขาบนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโกคู จนในที่สุดเขาก็ได้ค้นพบความแตกต่างระหว่างเขาทั้งสอง เป้าหมายของเขาคือผลักดันให้ตนเองพัฒนาไปจากจุดที่ยืนอยู่ และยังปกปิดความก้าวหน้าจากชาวไซย่าคนอื่นๆ อีกด้วย ในความเป็นจริง เบจิต้าต้องการที่จะตัดขาดจากโลกภายนอก เพื่อที่จะไม่รับรู้ถึงคนอื่นๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขายินดีที่จะจ่ายเพื่อแลกกับความเป็นส่วนตัวของเขา
           หลายเดือนหลังจากวางแผนและการจัดการของการทดลองและจากความผิดพลาด ดร.บรีฟซ์ก็เดินทางไปหาเบจิต้าพร้อมกับบอกแผนงานของเขา ตามการออกแบบของเขา เขาจะทำการสร้างห้องลับใต้แคปซูลคอร์ปอเรชั่น ไว้เป็นสถานที่ให้เจ้าชายใช้ฝึกฝนตนเอง ขณะที่ความสะดวกและการตั้งค่าแรงโน้มถ่วงดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เบจิต้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เทคโนโลยีนี้ ไม่สามารถลบสัมผัสของเขาให้หายไปจากโลกได้ ถึงจะไม่ยอมรับอุปสรรค เบจิต้าก็ได้ไปสอบถามเด็นเด้เกี่ยวกับดราก้อนบอล ความปรารถนาของเขาก็คือเทคโนโลยีที่ช่วยลบสัมผัสของเขา แต่พิคโกโร่และเด็นเด้ได้ปฏิเสธคำขอของเขา และให้เหตุผลว่ามันเป็นความผิดที่ร้ายแรงของเทพเจ้ามังกร ในขณะที่เขาโกรธ ผู้ปกครองโลกได้เสนอให้เขาเข้าใช้ห้องแห่งกาลเวลาได้บ่อยตามใจชอบ และมีการสร้างพื้นที่อื่นๆโดย ทำการสร้างมิติขึ้นเพื่อให้แขกที่เข้าพักสามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่นั้นมาที่เบจิต้าฝึกวิชาด้วยการสลับระหว่างห้องฝึกใหม่ของเขาภายใต้แคปซูลคอร์ปอเรชั่นกับห้องแห่งกาลเวลาของพระเจ้า
           โดยเฉพาะในวันนี้ แต่เบจิต้าก็ไม่สามารถขึ้นไปฝึกวิชาได้ แม้มีความต้องการที่จะให้เด็นเด้สร้างตารางการฝึกให้กับเขาอย่างเข้มงวด ภรรยาและลูกสาวของเขา วางแผนจะไปช้อปปิ้งกันและได้บอกกับเขาว่าเขาจะต้องไปด้วย ซึ่งเขาไม่อาจที่จะปฏิเสธได้เลย
            ตอนนี้เขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับภรรยาของเขาบูลม่า ที่กำลังเอามือค้ำเอวอยู่
            "เบจิต้า!" บูลม่าตะโกนพร้อมชี้นิ้วใส่หน้าของเขา
            "คุณมาสายแล้วนะ!"
            "ชิ!" เขาบ่น
            "บูลม่า อย่างน้อยก็ให้ชั้นได้ออกกำลังกายตอนเช้าก่อนสิ!"
            "ชั้นบอกแล้วว่าจะออกไปกันตอนแปดโมงเช้า" ภรรยาของเขาตอบอย่างไม่สบายใจ
            "มันยังไม่ถึงแปดโมงเช้าซะหน่อย!" เจ้าชายแห่งชาวไซย่าโต้กลับ
            หน้าของบูลม่ายังคงดุดันเช่นเดิม
            "ชั้นให้เวลาคุณสิบนาที" บูลม่ากล่าว
            "รีบไปอาบน้ำและหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมใส่ซะคุณเจ้าชาย รู้มั้ยว่าการปรากฏตัวต่อสาธาณชนมันสำคัญแค่ไหน"
            เบจิต้ายิ้มเบาๆ และมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ
            "ชิ มันน่าจับมาตีก้นนัก" นักสู้คิดในใจ
            หลังจากจับตามองเบจิต้าที่กำลังออกมาจากห้องน้ำ บูลม่ายิ้มกับตัวเองก่อนที่จะหันไป
            "อืม" เธอคิดพร้อมกับกัดริมฝีปากของเธอ
            "ชั้นมีแต่ผู้ชายใส่กางเกงยีนส์ที่เซ็กซี่บางคนในวันนี้"
Illustration by Bejisan
            ยี่สิบนาทีต่อมา เบจิต้าเดินออกมาจากแคปซูลคอร์ป ด้วยการแต่งตัวหรูหรามากที่เดียว เขาดูสะอาดเรียบร้อยดีมาก เขาสวมรองเท้าและกางเกงขายาว พร้อมกับใส่เสื้อแจ็กเก็ตคลุมเสื้อของเขา ก่อนที่เขาจะมายืนอยู่กับภรรยาและลูกสาวของเขาบรา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้นำแทรนด์แฟชั่นใหม่
             โดยไม่มีการพูดอะไร บูลม่าก็เดินมาและจับแขนของสามีของเธอซึ่งตอนนี้กำลังหน้าแดงด้วยความลำบากใจเล็กน้อย ทั้งสามเริ่มออกจากบ้านของครอบครับของเขา เมื่อเบจิต้าหยุดกึกตามจังหวะ เขารู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเขากำลังถูกจับตามองอยู่ ทันใดนั้นก็ได้มีหุ่นยนต์รูปทรงกลมที่บินมาพร้อมกับขาโลหะสั้นๆ ปรากฏขึ้นขึ้นห่างจากหน้าของเขาประมาณสองเมตร เขาสงสัยในตอนแรกว่ามันเหมือนกับโครงการของภรรยาของเขา แต่การออกแบบที่ไม่คุ้นเคย เห็นได้ชัดว่ากรณีนี้คงไม่ใช่
              หุ่นยนต์เล็กๆ ลงจอดบนพื้นดินต่อหน้าเขาด้วยความเงียบและเริ่มฉายภาพสามมิติแบบเดียวกับที่คู่แข่งของเขาได้รับประมาณสองนาทีก่อนหน้านี้จากวาร์ก้าและพิคโกโร่
               หลังจากแจ้งข้อความเสร็จก็ยกตัวขึ้นแล้วบินไปยังวังของพระเจ้า รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ค่อยๆ เริ่มปรากฏบนหน้าของเบจิต้าที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม
               "การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ได้มาถึงจุดสูงสุดของมัน เจ้าชายหันไปหาภรรยาของด้วยรอยยิ้มด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
               "ดีมาก ไม่เลวเลยแฮะ" เขาพูดพร้อมกับกำลังระงับความตื่นเต้นของเขา
               "ชั้นขอเลื่อนวันช้อปปิ้งออกไปก่อนก็แล้วกันนะ" ในขณะที่เขาคิดจะหลบออกไป แต่เขาก็ไม่สามารถหลอกภรรยาและลูกสาวได้
               "ชั้นขอโทษนะสาวๆ บูลม่า บรา ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นแล้วหล่ะ"
               แต่ภรรยาของเขาไม่ได้ต้องการมัน
               "นี่! ไม่นะคุณ" เธออุทานออกมา
               "คุณสัญญาแล้วว่าเราสามคนจะออกไปช้อปปิ้งกัน และนั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ!"
               และหญิงสาวก็อดที่จะถากถางเบจิต้าไม่ได้ แต่เขาได้เรียนรู้นิสัยใจคอแล้ว บูลม่าโดยเฉพาะมันไม่จำเป็น แต่นี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะปฏิเสธ
               "เรายังมีโอกาสไปช้อปปิ้งในวันหลังได้นี่น่า มันไม่เหมือนกับการพลาดการลดราคาขนาดใหญ่หรอกนะ แต่ตอนนี้ชั้นต้องไปที่วังของพระเจ้าซึ่งมันไม่สามารถรอได้"
               บรารู้จักนิสัยของพ่อเธออยู่เต็มอก ซึ่งในเวลานี้มันคงไม่มีประโยชน์แล้วที่จะเปลี่ยนความคิดของเขา
               "ก็ได้" เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
               "เราจะไปวังของพระเจ้าพร้อมกันด้วยเครื่องบิน!"
               เบจิต้าสัมผัสได้ถึงกับดักที่กำลังใกล้เข้ามา
               "ฮ่า มันอาจจะเป็นกับดักก็ได้ คุณต้องการที่จะไปด้วยจริงๆ หรอ?" เขาหัวเราะ
               "พยายามดีนี่ แต่ชั้นต้องการทำเวลาให้ดีที่สุด ชั้นจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง"
               เจ้าชายรีบเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าในทันทีและหายไปทางที่ตั้งของวังของพระเจ้า โดยทิ้งให้ผู้หญิงสองคนไว้ด้านล่าง ซึ่งตอนนี้กำลังโกรธจนควันออกหูไปอย่างรวดเร็ว เบจิต้ายิ้มกับตัวเองขณะที่บินผ่านอากาศ
               "การแข่งขันงั้นหรอ? ในที่สุดวันที่ชั้นรอคอยก็มาถึง!"
               ด้วยความตื่นเต้น เบจิต้าเตรียมเพิ่มความเร็วด้วยการแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่า ทำให้ให้ความเร็วของเขาเพิ่มเป็นเท่าตัว ด้วยความเร่งรีบ เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นหุ่นยนต์รูปทรงกลมเล็กๆ กำลังอยู่ในเส้นทางเดียวกับเขา ที่ด้านล่างหุ่นยนต์กำลังวิ่งอยู่บนพื้นดิน
                ที่วังของพระเจ้า พิคโกโร่อยู่ในท่ายืนนิ่ง กอดอกและหลับตาเพื่อใช้ความคิด
                "การแข่งขันครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?" เขาคิดในใจ คำถามนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เขาได้รู้
                ทันใดนั้นพิโกโร่ก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับปล่อยแขนที่กอดอกอยู่ออก สัมผัสที่เขาคุ้นเคยกำลังใกล้วังเข้ามาแล้ว หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที โกฮังก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ เขาหยุดเหนือพื้นกระเบื้องประมาณสิบฟุต เขาลงมาพร้อมกับออร่าสีขาวที่ล้อมรอบเขาอยู่ ชายผู้มีเลือดผสมระหว่างชาวไซย่ากับมนุษย์ เขาเริ่มตรวจสอบรอบๆ ทันที เขาพบยานลึกลับ ชาวนาเม็กและมนุษย์ต่างดาวที่ดูเหมือนนกประหลาด ถัดไปจากที่นั่น เขาเห็นพิคโกโร่กับเด็นเด้ และทำการลงจอดตรงหน้าของพวกเขาที่ห่างกันเพียงไม่กี่ฟุต ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาพวกเขา
                "สวัสดีครับ!" เขาพูดกับเพื่อนเก่าของเขาทั้งสอง
                เด็นเด้ดีใจที่ได้พบกับชายผู้นั้น
                "คุณโกฮัง!" เขาร้องอุทาน
                "มันนานแล้วนะครับที่คุณไม่ได้ขึ้นมาเยี่ยมพวกเราเลย!"
                "นั่นสินะเด็นเด้" โกฮังตอบด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ
                "ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ พอดีช่วงนี้เป็นช่วงเปิดเทอมด้วยก็เลยมีเวลาว่างน้อยลงครับ"
                "นายทำความเร็วได้ดีนี่น่าโกฮัง" พิคโกโร่แสดงความยินดี
                โกฮังเกาหัวของเขาอย่างสุภาพ
                "ขอบคุณครับ" เขาตอบ
                "แต่ความเร็วของผมอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผมเก็บไว้หลังจากที่ผมหยุดฝึกครับ"
                พิคโกโร่ประหลาดใจเล็กน้อย
                "พูดถึงการฝึกแล้ว ทำให้คิดถึงตอนที่เคยฝึกด้วยกันนะ" เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ
                "อ๊ะ หวังว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรนะครับ" โกฮังถอดแว่นตาแล้วเอาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขา
                "ผมเก็บเอาไว้ในกระเป๋าของผมแล้วครับ มันไม่มีทางหายที่นี่อย่างแน่นอนครับ"
                "อืม.......แน่นอนว่าพวกเขาต้องเพิ่มอายุลักษณะการปรากฏของนาย" พิคโกโร่ตอบ
                ความสนใจของเด็นเด้ก็เปลี่ยนไปในทันที
                "คุณเบจิต้ามาครับ"
Illustration by Stef84
                เขาเข้ามาลักษณะเดียวกับโกฮัง เจ้าชายแห่งชายไซย่ามุ่งหน้าหน้ามาทางพวกเขาโดยไม่ลดความเร็ว สร้างระเบิดอากาศซึ่งบังคับให้เด็นเด้ยกแขนขึ้นเพื่อปกป้องดวงตาของเขา ด้วยความเย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด เบจิต้าได้ถามว่าโกคูได้มาถึงที่นี่แล้วหรือยัง ซึ่งเป็นคำถามที่ชัดเจน
                "มันคงจะมาในเร็วๆ นี้ละมั้ง" พิคโกโร่ตอบ
                "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
                เบจิต้าตอบด้วยรอยยิ้มที่หยิ่งยโส
                "ฮึ่ม อะไรกันพวกนาย เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไงกัน"
                "นี่! คุณพิคโกโร่ครับ" โกฮังพูดเปลี่ยนเรื่อง
                "คุณคิดยังไงกับผู้ที่มาเยี่ยมเราหรอครับ?"
                เบจิต้าชักสนใจในคำถามของโกฮัง เขาเอามือกอดอกเพื่อคอยคำตอบจากพิคโกโร่
                "ชาวนาเม็กก็คือชาวนาเม็ก" พิโกโร่พูด
                "เราเชื่อใจพวกเขาได้เสมอ ส่วนวาร์ก้า.......ก็คงจะเชื่อใจได้มั้ง เพราะชั้นไม่รู้สึกถึงจิตสังหารจากพวกเขาเลย พวกเขาอ้างว่ามาจากจักรวาลอื่นหน่ะ"
                "มันจะเป็นไปได้ยังไง?" เบจิต้าถามอย่างไม่เชื่อ
                "ในทางทฤษฎีแล้วมันเป็นไปไม่ได้นี่ครับ" โกฮังพร้อมกับครุ่นคิด
                "แต่การเดินทางข้ามเวลาในทฤษฎีมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ หรือไม่......ก็ พวกเขาจะต้องมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยถึงจะทำให้มันเป็นไปได้ เพราะการข้ามจากที่หนึ่งไปยังอีกจักรวาลหนึ่งมันต้องใช้พลังงานมากเชียวนะครับ" โกฮังหันไปสำรวจวาร์กาและยานของพวกเขา
                "ผมสงสัยว่าพวกเขาจะให้ผมศึกษาได้รึเปล่าครับ"
                ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนเจ็ดคนปรากฏตัวออกมา เบจิต้ามีปฏิกิริยาในทันที
                "ทรั้งก์!" เบจิต้าพูดด้วยท่าทีรำคาญ
                "คุณพ่อไปอยู่ที่ไหนมาครับ? ผมตามหาคุณพ่อทั่วแคปซูลคอร์ปเลยนะครับ!"
                ทรั้งก์ที่กำลังหงุดหงิดหันไปทางโกเท็น เพื่อขอความสนับสนุนจากเพื่อนซี้ของเขา
                บีเดลเดินเข้าไปหาโกฮังและจัดเสื้อของเขาซึ่งผ่านการบินจนยับยู่ยี่ให้เข้าที่ ส่วนจีจี้ก็เอาเวลาไปตำหนิโกเท็นพอเป็นพิธี อูบุมองไปรอบๆ ตัวเขาซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักสู้ ในทางกลับกัน เบจิต้าก็ได้เข้าไปคุยกับโกคู
                "คาคาร็อตแก! ทำไมแกใช้เวลานานนัก รู้มั้ยว่าแกทำให้ทุกคนเขารอนะ!"
                "โทษทีนะเบจิต้า..." โกคูตอบพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
                "สำหรับคนที่สามารถเคลื่อนย้ายในพริบตาได้อย่างนายนี่ช้าชะมัด" เบจิต้าพูด
                "พอดีเราแวะไปรับทุกคนก่อนหน่ะ" โกคูตอบอย่างไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ของเบจิต้าได้
                "เจ้าพวกนั้นมันบินมาที่นี่ด้วยตนเองไม่ได้หรือไงกัน?"
                "ถ้านายจะกังวลขนาดนี้นะเบจิต้า ทำไมนายไม่ไปหาเราแทนหล่ะ"
                "งั้นมาที่นี่อีกครั้งมั้ยละ..." พิคโกโร่พึมพำกับตัวเอง
                "เป็นความคิดที่ไม่เลวแหะ" เบจิต้าพูด
                "คราวหน้า ชั้นจะถลกหนังก้นแกแน่!"
                "ได้อยู่แล้ว!  ถ้านายยิงเราโดนอ่ะนะ" โกคูตอบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาพร้อมกับแสดงท่าทางยั่วยวน(เบื้องล่าง)
                ตาของเบจิต้าลุกเป็นไฟ
                "ความคิดของแกยอดเยี่ยมมากเลย คาคาร็อต!
                เบจิต้ายังคงระแวงชาวนาเม็กและวาร์ก้าอยู่
                ในสถานการณ์ที่แสนจะน่าอับอาย อยู่ๆ จีจี้ก็เข้ามาแทรก
                "โกคู!" เธอพูดพร้อมกับจ้องไปที่สามีของเธอ
                รอยยิ้มของเขาถูกลบออกจากใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดแทน
                "โอ๊ะ เอ่อ จี-" โกคูเริ่มพูด
                "อย่ามาเอะอะจะได้มั้ย" จีจี้พูดตัดคำของโกคู
                "คุณคิดว่าคุณอยู่ในสนามเด็กเล่นที่โรงเรียนหรือไงกัน? เมื่อไหร่คุณจะโตสักทีห๊ะ?"
                โกคูไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะพูดอะไรดี
                มันก็จริงที่เวลาต่อสู้กับเบจิต้าแล้วแนวโน้มความสุขก็มักจะมากกว่าเหตุผลตลอด
                "เอ่อ..."
                ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงฟ้าผ่าให้ได้ยินอยู่หลายวินาที วาร์ก้าเกรงว่าจะเกิดพายุ จึงได้ทำการค้นหาบนท้องฟ้า
                กลุ่มของชาวโลกคุ้นเคยกับเสียงนั้นดี และพวกเขาทั้งหมดก็พร้อมใจกันหันไปมองที่โกคู
                "ฮ่าฮ่า มันก็แค่เสียงท้องของเราร้องก็เท่านั้นแหละ" โกคูพูด
                "พอดีเรารีบออกมาก็เลยยังไม่ได้กินข้าวเลยอ่ะ"
                ในขณะที่เบจิต้าและจีจี้กำลังอยู่กับบรรยากาศแห่งความมึนงง ส่วนอูบุก็งงเหมือนกัน
                "ตะ...แต่ว่าเราเพิ่งกินข้าวเช้าก่อนจะเริ่มฝึกมาแล้วไม่ใช่หรอครับ"
                "แต่นั้นมันผ่านมาตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ!" โกคูพูด
                "ก็การฝึกทั้งหมดมันทำให้เราหิวนี่น่า มิสเตอร์โปโป้อยู่ที่ไหนอ่ะ? โอ้ส เรามั่นใจเลยว่าเขาคงกำลังเตรียมอาหารให้เราอยู่สินะเนี่ย! มิสเตอร์โปโป้! งายยยยย?"
                ทุกคนยังคงเงียบ โกคูวิ่งหายเข้าไปที่ห้องครัวของวัง ต่อมาทรั้งก์พยายามที่จะทำลายความเงียบนี้
                "เอ่อ...คุณพ่อครับ" เขาพูด
                "แม่กับบราอยู่ที่ไหนครับ? พวกเขาไม่ได้มาด้วยหรอครับ?"
                "ชั้นคิดว่าพวกเขาคงกำลังมาโดยเครื่องบินละมั้ง" เบจิต้าตอบโดยไม่มอง
                วาร์ก้าขนาดเล็กก็เข้ามายังกลุ่มของพวกเขา
                "เอิ่ม...ขอประทานโทษครับ" วาร์กาเริ่ม
                "ไม่ต้องห่วงหรอก" พิคโกโร่พูด
                "อีกไม่นานเขาก็กลับมาแล้วหล่ะ เมื่อซงโกคูหิวขึ้นมาละก็ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทำให้เขาหยุดกินได้หรอกนะ แต่คุณสามารถเข้ามาร่วมคุยกับพวกเราได้นะถ้าคุณต้องการ เราสามารถพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้รอเขาก่อนได้นะ" ทันทีที่พูดจบ รอยยิ้มขนาดใหญ่ก็ได้ปรากฏขึ้นที่หน้าของพิคโกโร่
                "แน่นอน ชาวไซช่านั้นชอบกินอาหารเยอะมาก"
                วาร์ก้ากลับไปที่กลุ่มของเขาและแจ้งคนอื่นๆ ว่าอาจจะได้อยู่อีกนานก็ได้...
                มิสเตอร์โปโป้เตรียมอาหารเสร็จแล้ว เขาวางมันลงบนพรมวิเศษซึ่งกำลังลอยอยู่มาใช้ทำเป็นโต๊ะชั่วคราว บูลม่าและบราก็เพิ่งมาถึงที่วังพระเจ้าเมื่อกี้
                บลูม่าคล้ายกับโกฮังคือกำลังทึ่งอยู่กับเทคโนโลยีของวาร์ก้า ส่วนบราก็คิดว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นเนื่องจากตัวเล็กและคิดว่ามันกำลังฮิต
                เธอเข้าไปใกล้เพื่อหวังจับมาเป็นสัตว์เลี้ยง
                "เมี้ยว" ก่อนจะดีดตัวออกห่างด้วยความประหม่า
Illustration by Stef84
               ในระหว่างทานอาหาร มีเพียงโกคูและปังที่ชอบเลียนแบบปู่ของเธอกำลังทานอย่างเอร็ดอร่อย คนอื่นๆ แทนที่จะมุ่งความสนใจมาทางพวกเขา วาร์ก้าที่นั่งอยู่ปลายพรมก็เริ่มต้นการอธิบายเกี่ยวกับการแข่งขันอย่างละเอียด
               "เท่าที่พวกคุณได้ทราบแล้ว" วาร์กาเริ่ม
               "เรามาจากจักรวาลที่แตกต่างจากที่นี่โดยสิ้นเชิง ชาวนาเม็กที่มากับเราที่นี่ก็มาจากจักรวาลของเรา"
               หนึ่งในชาวนาเม็กยกมือขึ้นเอื้อมอะไรบางอย่าง โดยที่มือของเขาตอนนี้มีวัตถุรูปทรงกลมบางๆ มีความอบอุ่นเล็กน้อยและยังทำให้บรรยากาศรอบๆ เริ่มปั่นป่วน ภาพเริ่มที่จะปรากฏขึ้นเหนือวัตถุนั้น ซึ่งตอนนี้ได้ไปกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของบูลม่าเข้าแล้ว
               "ภาพสามมิติงั้นหรอ?" เธอุถาม
               "ใช่ครับ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น" โกฮังตอบ
               "คุณอยู่ในพหุภพ" วาร์กาพูดต่อ
               "หรือก็คือจักรวาลคู่ขนาน พวกเขาทั้งหมดจะมีลักษณะคล้ายๆ กันทั้งหมด ยกเว้นกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งมีผลทำให้จักรวาลนั้นแตกต่างไปจากจักรวาลอื่นๆ ตัวอย่างเช่น จักรวาลหนึ่งมีท้องฟ้าสีสดใส แต่อีกจักรวาลหนึ่งอาจเป็นสีแดง หรืออีกจักรวาลหนึ่งอาจจะถูกมนุษย์ต่างดาวมายึดดาวก็ได้"
               วาร์ก้าถูกขัดจังหวะโดยเสียงรับประทานอาหารของโกคูและปัง ทั้งสองรู้สึกว่าห้องมันเงียบขึ้น จึงเงยหน้าขึ้นมองทุกคนโดยที่ยังมีเส้นก๋วยเตี๋ยวห้อยติดอยู่ที่ปาก เขารู้แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงหยุดพูด เพราะว่ามันเกิดจากที่พวกเขาทานอาหารกันเสียงดังจนเกินไปนั่นเอง เขาสูดเส้นกวยเตี๋ยวและให้ความสนใจกับพวกเขา
                "ใช่...อย่างที่ผมพูด" วาร์ก้าพูดต่อ
                "อีกตัวอย่างหนึ่งคือจักรวาลของเรา และของเราเท่านั้น ชาววาร์ก้าได้ค้นพบเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถข้ามจากอีกจักรวาลหนึ่งไปยังอีกจักรวาลหนึ่งได้โดยบังเอิญ  ท่านมหาเทพได้ตัดสินใจว่าจักรวาลควรจะอยู่แยกจากกันไม่ควรที่จะเข้าหากัน แต่พวกเขาอนุญาตให้เราจัดงานอะไรซักอย่างเพื่อข้ามจักรวาลได้"
               "นี่! นั่นท่านมหาเทพใช่หรือเปล่า!" โกคูอุทานหลังจากที่เขาสังเกตเห็นท่านมหาเทพตัวสีม่วงบนภาพสามมิติ
               "เขามีลักษณะคล้ายกับตัวเราเองกับชาวนาเม็กในจักรวาลของเรา" วาร์ก้าพูดต่อโดยไม่สนความเห็นของโกคู
               "ที่เราจัดการแข่งขันการต่อสู้ระหว่างนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดจากทั่วทั้งจักรวาลที่แตกต่างกัน ผู้ที่ชนะจะสามารถขอพรจากเทพเจ้ามังกรของชาวนาเม็กได้สามข้อ"
               "ส่วนดราก้อนบอลจากจักรวาลอื่นๆ จะถูกใช้สำหรับชุบชีวิตให้กับคนที่เสียชีวิตในการแข่งขัน" ชาวนาเม็กพูดพร้อมกับภาพสามมิติ
               "และนอกเหนือจากรางวัลชนะเลิศที่ได้รับจากการแข่งขันแล้ว นักสู้ยังจะได้รับประสบการณ์การต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอีกด้วย"
               "การแข่งขันนี้จะไม่มีการซ้ำกันและยังมีความปลอดภัยอีกด้วย" วาร์กายังคงพูดต่อ
               "คำถามของเราคือ คุณต้องการที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้หรือไม่ครับ?"
               กลุ่มที่อยู่รอบๆ โต๊ะเริ่มที่จะปรึกษากัน และก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะเชื่อถือเรื่องนี้ได้หรือเปล่า เบจิต้ายังคงนิ่งเงียบเพราะเขาไม่มีสมาธิในการสนทนาที่เกิดขึ้นรอบตัวของเขา จนในที่สุดโกคูก็พูดแทรกขึ้นมา
               "นี่เป็นโอกาสที่ดีเลยนะ ที่อูบุจะได้ทดสอบพลังโดยที่ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย เพราะว่ามันมีกฎกำหนดไว้ดี"
               "ชั้นก็ไม่ได้อยากจะเชื่อเรื่องจักรวาลคู่ขนานอะไรนี่นักหรอกนะ" เบจิต้าพูด
               "แต่ถ้านายไปเข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่มีชั้นละก็ คาคาร็อต! ฉันจะทำให้นายตกใจแน่ๆ"
               "อืม......พวกเรามีคำถามครับ" ทรั้งก์และโกเท็นพูดขึ้นพร้อมกัน
               "พวกเราสามารถต่อสู้กันเป็นทีมได้ไหมครับ?" ทรั้งก์ถาม
               "ไม่ได้ครับ" ชาวนาเม็กคนโตตอบ
               "จะต้องต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น คุณจะแพ้ถ้าคุณไม่สามารถทำการต่อสู้ได้ภายในสามสิบวินาที และคุณจะแพ้ถ้าคุณใช้อาวุธจากนอกสนามเข้าไปช่วยคุณ ส่วนอาวุธเราอนุญาตให้ใช้ได้ แล้วเราจะมีรายละเอียดปลีกย่อยของกติกาให้ฟังในภายหลังครับ"
               ทรั้งก์และโกเท็นทั้งสองยิ้ม
               "ค่อยยังชั่วหน่อย!" โกเท็นพูด
               "เราขอลงทะเบียนในชื่อโกเท็นครูสนะครับ" ทรั้้งก์พูด
               "เขาเป็นหนึ่งในหมู่พวกเรานี่แหละครับ แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถมองเห็นเขาได้ ส่วนเราจะไปในฐานะผู้ชม พอจะได้ไหมครับ?"
               "ได้ครับ" ชาวนาเม็กตอบ
               "ผู้ชมได้รับความสนับสนุนอย่างมากและทุกคนได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมได้ครับ นักสู้คนหนึ่งได้ลงชื่อเข้าแข่งขันทั้งๆ ที่ลูกชายของเขายังไม่เกิด เราไม่สนใจหรอกครับ ขอแค่ให้คุณสามารถสร้างโกเท็นครูสขึ้นก่อนการแข่งขันจะเริ่มให้ได้ก็พอแล้วครับ"
               "งั้นชั้นขอไปในฐานะผู้ชมก็แล้วกัน" พิคโกโร่พูด
               "ผมด้วยครับ!" โกฮังตอบแบบไม่มีการลังเล
               "คุณเป็นจักรวาลที่ 18 ที่เข้าร่วม" ชาวนาเม็กผู้เฒ่าพูด
               "นี่คือหมายเลขการลงทะเบียนของจักรวาลของพวกคุณ"
               เบจิต้าลุกขึ้นยืนโดยไม่ชักช้า
               "ก็ดี แล้วจะรออะไรอยู่หล่ะ" เขาอุทาน
               "ไปกันเล้ย!"
               "หนูก็ไม่อยากรอเหมือนกัน!"  ปังพูดด้วยความตื่นเต้น
               "ชั้นจะคอยอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน" จีจี้พูด
               "ชั้นคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้มันเป็นความคิดที่ไร้สาระซะเหลือเกิน แน่นอนโกฮังลูกคงไม่อยากให้หลานสาวของแม่ต้องไปเข้าร่วมใช่ไหม?"
               โกฮังยิงไปให้บีเดลเป็นคนตัดสินใจ
               "ก็ดีนะคะ......" บีเดลพูด
               "มันอาจจะมีประโยชน์สำหรับเธอก็ได้..."
               จีจี้กอดอกของเธอ หลับตาลงหันไปทำหน้ามุ่ย
               ทรั้งก์มองไปยังโกเท็น
               "ดูเหมือนว่าพวกเราคงต้องฝึกฟิวชั่นกันอีกครั้งซะแล้วสิ"
               "นี่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก!" โกเท็นพูดด้วยความกระตือรือล้น
               "โกฮัง" โกคูพูด
               "ทำไมลูกถึงไม่เข้าเริ่มการแข่งหล่ะ"
               "อืม..." โกฮังตอบ
               "เพราะว่าผมหยุดการฝึกซ้อมนานเกินไป และผมก็ไม่ได้ต่อสู้เลยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา"
               "แต่พลังของคุณอาจจะไปได้ไกลในการแข่งขันก็ได้นะครับ" อูบุพูด
               "ช่างเถอะ! โกฮังในตอนนี้ ชั้นหลับตาต่อสู้ยังได้เลย"
               รอยยิ้มของโกฮังเกิดขึ้น
               "ถ้าคุณคิดว่ามันสร้างความสุขให้คุณได้นะครับ คุณเบจิต้า"
               เบจิต้ายังจำรอยยิ้มเมื่อเก้าปีที่แล้วได้...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น